10 Faces of Thai Type
Stacks Image 44
Close
Monotype

ตัวพิมพ์ กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ยุคพัฒนา

Monotype Timeline
  หลังจากที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหารในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ และดำเนินนโยบายร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ในการทำสงครามเย็นกับค่ายคอมมิวนิสต์ ความช่วยเหลือจากมหามิตรดังกล่าวก็หลั่งไหลเข้ามาสู่ไทยทั้งในรูปของเงินทุนเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ “ยุคพัฒนา” อันหมายถึง การเร่งรัดเพื่อก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัวตามกระแสทุนนิยมโลก

  นอกจากการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาแล้ว รัฐบาลไทยยังมีนโยบายกระตุ้นให้เอกชน รวมทั้งบริษัทต่างชาติเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑ จากคำขวัญของคณะรัฐบาลที่ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” กระตุ้นให้คนไทยทุกหย่อมหญ้าใฝ่ฝันถึง “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี” และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการก่อสร้างถนน ทางหลวงแผ่นดิน เขื่อน และโรงไฟฟ้าต่างๆ มากมาย

การพัฒนาตัวพิมพ์โดยโรงพิมพ์ใหญ่

  ในยุคนี้ ความเจริญเติบโตของการพิมพ์ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง เป้าหมายในเวลานั้นก็คือ การผลิตสร้างงานพิมพ์ให้มีมาตรฐานด้านอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพื่อสนองการขยายตัวของตลาดภายในและมุ่งหน้าสู่การผลิตเพื่อการ “ส่งออก” ในระยะต่อไป

  ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีตัวพิมพ์ที่น่าสนใจในช่วงนี้คือ การสร้างตัวพิมพ์ชุด “โมโนไทป์” ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๕ โดยบริษัท ไทยวัฒนาพานิช ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์หนึ่งที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ได้ร่วมมือกับบริษัทโมโนไทป์ แห่งประเทศอังกฤษ ทำการปรับปรุงรูปแบบตัวพิมพ์ไทยเพื่อใช้กับเครื่องเรียงพิมพ์อัตโนมัติ

  ระบบโมโนไทป์เป็นการยกเลิกวิธีเรียงพิมพ์ด้วยฝีมือมนุษย์ หันไปใช้การเรียงอักษรด้วยแป้นคีย์บอร์ด เมื่อผู้บังคับแป้นคีย์บอร์ดใส่ข้อความลงไปจนครบ เครื่องเรียงจะดำเนินการเรียงพิมพ์ออกมาทีละหน้าเองอย่างอัตโนมัติ โดยที่การเรียงพิมพ์แต่ละครั้งจะมีการหล่อและเรียงตัวพิมพ์ขึ้นมาใหม่เสมอ โจทย์สำคัญสำหรับผู้สร้างแบบตัวพิมพ์โมโนไทป์คือ ทำอย่างไรจึงจะได้ตัวขนาดเล็ก ประหยัดเนื้อที่ แต่ยังอ่านได้สะดวก โจทย์นี้สะท้อนถึงสภาวะของวงการพิมพ์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นอุตสาหกรรมและเงื่อนไขของการพิมพ์หนังสือที่มียอดพิมพ์สูงกว่าแต่ก่อน

  ตัว “โมโนไทป์” เป็นผลงานของ พีระ ต. สุวรรณ ผู้ซึ่งในเวลาต่อมาได้เป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตของไทยวัฒนาพานิช เขาสำเร็จการศึกษาวิชาการพิมพ์จาก Liverpool College of Printing ในอังกฤษ พีระมีส่วนในการออกแบบและดูแลการจัดทำตัวพิมพ์ชุดนี้กับเครื่องโมโนไทป์อย่างใกล้ชิด นอกจากจะปรับปรุงการหล่อให้สะดวกรวดเร็วและมีคุณภาพดีขึ้นแล้ว ยังได้พยายามปรับปรุงตัวพิมพ์ชุดใหม่ให้สวยงามขึ้นด้วย

  ตัวโมโนไทป์มีหลายแบบ บางแบบให้เส้นที่บางกว่าตัวตะกั่วแบบอื่นๆ นอกจากนั้น ยังมีการปรับปรุงด้านอื่นๆ ด้วยคือ บีบสระบนและวรรณยุกต์ให้เล็กและวางต่ำลง ทั้งนี้เพื่อประหยัดเนื้อที่ ตัวธรรมดาถูกย่อเล็กลงเหลือราว ๑๖ พอยต์ โดยที่ยังคงความสวยงามและอ่านง่ายไว้ได้ ในยุคก่อนหน้านี้ การออกแบบตัวพิมพ์มีข้อจำกัดอันเกิดจากการพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรส เช่น บางมากก็ไม่ได้เพราะจะทำให้ตัวขาด หนามากก็ไม่ได้เพราะจะทำให้ตัวบวม การที่โมโนไทป์กล้าสร้างเส้นที่บางลงได้นั้น เพราะตัวพิมพ์โมโนไทป์เกิดจากการหล่อใหม่ทุกครั้ง จึงกำจัดปัญหาตัวพิมพ์ขาดได้อย่างสิ้นเชิง

  ตัวที่เด่นที่สุดของชุดโมโนไทป์ เรียกชื่อตามระดับความหนาของเส้นว่า “ตัวกลาง” ซึ่งกลายเป็นที่นิยมและก้าวเข้ามาแทนที่ตัวธรรมดาแบบเก่า เส้นของตัวพิมพ์นี้จะมีความสม่ำเสมอกันตลอด ปลายเส้นตัดตรง รวมทั้งมีความสูงตัวพิมพ์ หรือ x-height มากกว่าเดิม จุดเด่นคือไม่หักง่ายเหมือนตัวธรรมดาแบบเก่า อีกทั้งยังอ่านง่ายขึ้นด้วย

  “โมโนไทป์กลาง” เป็นตัวพิมพ์ที่หยิบเอาข้อดีของตัวบรัดเลและตัวฝรั่งเศสมารวมกัน จะเห็นได้จากการใช้เส้นที่หนาสม่ำเสมอแบบบรัดเล และการดึง “หัวกลาง” ให้ลงมาข้างล่างมากขึ้นเช่นเดียวกับฝรั่งเศส นอกจากนั้นมีการออกแบบตัว จ จาน ให้มีเส้นแนวดิ่งสองเส้น และสร้างเส้นฐานโค้งมน เพื่อถ่วงน้ำหนักมาข้างหลังและไม่ให้หัวคะมำไปข้างหน้าจนเกินไป ซึ่งก็เป็นลักษณะเด่นที่ดึงมาจากฝรั่งเศสอีกเช่นกัน

  ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ศูนย์พัฒนาหนังสือโตเกียว (Tokyo Book Development Center) ด้วยความร่วมมือกับทาง ยูเนสโก (UNESCO) ได้ให้ทุนเพื่อทำการพัฒนาตัวพิมพ์ของประเทศที่ไม่ใช้ตัวอักษรโรมัน จึงได้มอบทุนให้ทางกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการออกแบบพัฒนาตัวพิมพ์อักษรไทยที่มีชื่อชุดว่า “ยูเนสโก” ขึ้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัว โมโนไทป์กลาง นั่นคือ มีเส้นที่หนาเท่ากันเกือบตลอด กริดหรือระเบียบที่เข้มงวดถูกนำมาใช้ในการกำหนดสัดส่วน เหลี่ยมและคมที่ไม่จำเป็นถูกขัดเกลาจนเรียบราบดูเนียนตา ตัวพิมพ์ชุดนี้เป็นผลงานการออกแบบของ มานิต กรินพงศ์ อีกทั้งยังมีความหนาหรือน้ำหนักที่ต่างกันถึงสองระดับ

  อีกตัวหนึ่งซึ่งน่ากล่าวถึงในที่นี้คือตัว “คุรุสภา” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน คือระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๕ คุรุสภาเป็นตัวพิมพ์ในระบบเรียงพิมพ์ด้วยแสงแบบหนึ่งซึ่งชื่อว่า Photo-Composing Machine ระบบนี้มีแม่แบบเป็นตัวอักษรบนแผ่นกระจกเนกาตีฟ ใช้ถ่ายภาพตัวอักษรทีละตัวลงบนฟิล์มไวแสง เรียงติดต่อกันไป จากคำจนเป็นหน้า แล้วจึงนำแผ่นกระดาษไวแสงนั้นไปล้างและทำเป็นแม่พิมพ์ออฟเซท

  การถ่ายตัวแบบนี้ใช้วิธีย่อขยายจากแบบเดียวกัน จึงมีหลายขนาดตั้งแต่ ๘–๖๒ พอยต์ ระบบนี้เป็นผลงานร่วมกันระหว่างองค์การค้าของคุรุสภากับบริษัท Shaken ของญี่ปุ่น ตัวพิมพ์คุรุสภามีลักษณะที่คล้ายกับตัวกลางและยูเนสโกตรงที่มีเส้นที่หนาสม่ำเสมอกัน คอนทราสท์หรือความแตกต่างระหว่างเส้นตั้งกับเส้นนอนไม่มาก เส้นนอนด้านบนโค้งมน และเส้นนอนด้านล่างตรง
Stacks Image 7934
ตัวพิมพ์ในระบบเรียงพิมพ์ด้วยแสง ขนาด 8 ถึง 62 พอยต์ ภาพจากหนังสือ ตัวหนังสือและตัวพิมพ์ โดย กำธร สถิรกุล

โมโนไทป์ กับยุคปลายของตัวตะกั่ว

  อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นตัวพิมพ์ที่มีคุณภาพและสวยงามกว่าตัวพิมพ์ของโรงหล่ออื่นๆ แต่โมโนไทป์เป็นเทคนิคที่มีราคาแพง การใช้จึงอยู่ในวงจำกัด ตัว “ยูเนสโก” และตัว “คุรุสภา” ซึ่งปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็ประสบภาวะคล้ายกันคือ ไม่แพร่หลาย และกลายเป็นตัวพิมพ์ที่ใช้กันเฉพาะในกลุ่มโรงพิมพ์ของทางราชการ

  ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อโมโนไทป์เข้ามาสู่เมืองไทย ก็พอดีกับที่การพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรสก้าวมาถึงจุดอิ่มตัว ทุกคนในวงการกำลังพูดถึงการพิมพ์ระบบลิโธออฟเซตซึ่งจะมาแทนที่ระบบเก่า ระบบออฟเซต หมายถึง การพิมพ์ที่ไม่ใช้แรงกดระหว่างแท่นพิมพ์ ตัวพิมพ์ กับกระดาษ แต่ใช้คุณสมบัติทางเคมีของหมึกและน้ำมาทำให้เกิดภาพและตัวอักษรบนกระดาษ ระบบนี้เหนือกว่าเลตเตอร์เพรสทั้งในด้านคุณภาพงานและความเร็วในการพิมพ์

  ที่สำคัญก็คือ การพิมพ์ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวตะกั่ว เพราะต้องการเพียงถ่ายทอดตัวอักษรลงบนแบบ หรืออาร์ตเวิร์ก แล้วนำไปถ่ายลงบนแม่พิมพ์ซึ่งเป็นเพลตสังกะสีบางๆ นั่นหมายความว่า การสร้างตัวพิมพ์อาจหันไปใช้วิธีอื่น เช่น อักษรลอกก็ได้ การก้าวเข้ามาของออฟเซตจึงเป็นสัญญาณว่า ชีวิตของตัวตะกั่วใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้ว

แบบตัวพิมพ์ที่ได้รับอิทธิพลจากยุค โมโนไทป์

Stacks Image 7963
อีเอซี ยูเนสโก (EAC Unesco) ๒ น้ำหนัก ๔ รูปแบบ โดย อี๊สต์เอเชียติ๊ก
Stacks Image 7965
อีเอซี พิมาย (EAC Pemai) ๒ น้ำหนัก ๔ รูปแบบ โดย อี๊สต์เอเชียติ๊ก
Stacks Image 7967
บราววาเลีย (Browallia) ๒ น้ำหนัก ๔ รูปแบบ โดย ยูนิตี้ โพรเกรส
Stacks Image 7969
ดีบี ไทยเท็กซ์ (DB ThaiText X) ๒ น้ำหนัก ๔ รูปแบบ โดย ดีบี ดีไซน์
Stacks Image 7971
อดิเรก (DS AdiRek) โดย ดุสิต สุภาสวัสดิ์
Stacks Image 7973
พิมาย (TF Pimai) ๒ น้ำหนัก ๔ รูปแบบ โดย สหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์
2019 | Thaifaces.com |
7,237